posted on 10 Sep 2009 22:03 by bakaba in todayis
"กรุณาคอนเฟิร์มรายชื่อในการเข้าร่วมทำข่าวกิจกรรมในครั้งนี้
และขอสงวนสิทธิ์เฉพาะสื่อที่มีรายชื่อคอนเฟิร์มเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมงานได้นะค่ะ
และถ้ามีการส่งนศ.ฝึกงาน
หรือเด็กที่เป็นลูกหลานมาแทน
รบกวนสงวนสิทธิ์ไม่ให้เข้าทำข่าวนะค่ะ
เนื่องจากอยากจะสงวนสิทธิ์ไว้ให้สำหรับสื่อมวลชนจริงๆ ได้ทำงานได้สะดวกค่ะ"
ชอบบริษัทนี้จริงๆ ฮ่าๆๆๆ
posted on 25 Jul 2009 15:41 by bakaba in todayis
เมื่อวานนั่งอ่านอีเมล์ฉบับเก่าๆ ที่แยกกล่องไว้เป็นที่เป็นทาง อย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต
มันเป็นเหมือนกล่องเก็บความทรงจำต่างๆ มากมาย ที่ล้ำค่าที่สุดและหาอะไรมาทดแทนไม่ได้อีกแล้ว
เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าเก็บมันไว้ทำไม เก็บไว้ให้ระลึกถึง เก็บไว้นั่งชื่นชม หรือแค่เก็บเอาไว้เพราะเป็นอีเมล์จาก "เพื่อน" คนใกล้ที่ไกลแสนไกล
ทุกฉบับที่่ส่งมาเป็นเพียงข้อความสั้นๆ และไม่ได้เลิศหรูอะไร การสนทนาโต้ตอบที่ความห่างไกลทำให้บั่นทอนความใกล้ของพวกเราลงไปทุกที จากวันสู่เืดือน จากเดือนสู่ปี และจากปีเป็นหลายๆ ปี ทำให้ความผูกพันที่เคยมีลางเลือนเจือจางไป
จาก 2004 จนถึง 2009 อีเมล์มีเพียงปีละไม่ถึง 10 ฉบับ แต่ละฉบับห่างกันเป็นช่วงๆ 3 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้างแล้วแต่ว่าพวกเราหมดเรื่องจะคุยหรือถามไถ่อะไรกันไปแล้วหรือยัง
ระยะเวลาหรือระยะทางที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวว่ามันจะเป็นอุปสรรคของความสัมพันธ์ต่างๆ นั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า 2 สิ่งที่เอ่ยถึงมันคือ "ความแตกต่าง" ของความเป็นอยู่เมื่อหลุดพ้นออกจากสถาบันการศึกษาเดียวกันแล้วต่างหาก เหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า "กำแพง" ซึ่งวางแนวกั้นขวางระหว่างความสัมพันธ์ดีๆ เหล่านั้นเอาไว้
แต่หากจะโทษความแตกต่างเหล่านั้นซะทีเดียวก็คงไม่ได้ เพราะคงต้องโทษตัวเราเองด้วยที่ คิดน้อย หรือ ไม่กล้า ที่จะพยายาม หากเราพยายามสม่ำเสมอก็คงไม่เกิดช่องว่างพวกนี้ขึ้นแน่ๆ
หลังจากไม่พบกันมากว่า 10 ปี การกลับมาคุยกันอีกครั้งกลายเป็นเรื่องยากสำหรับ "อดีตเพื่อนคู่หู" อย่างน่าร่ำไห้รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเมื่อจะได้พบ แต่เมื่อพบกับพบว่า....พวกเราไม่สามารถพูดคุยกันได้เหมือนเช่้นเมื่อครั้งเก่าที่ผ่านมา
ข้อความในอีเมล์บอกให้รู้เป็นช่วงๆ ช่วงปีที่ห่างกันน้อยเรื่องที่พูดคุยกับก็เยอะและออกจะรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันอยู่มาก แต่เมื่อเวลาทำให้พวกเราห่างกันออกไปอีก มันก็เริ่มมีแบล็คโฮล์หรือหลุมดำขนาดใหญ่เข้ามาขวางโดยที่เรากลับไม่ทันได้รู้ตัว
"โอกาส" ที่ดูเหมือนจะเคยได้รับ กลับหายลับตาไปแบบที่ไม่สามารถจะเอาคืนกลับมาได้ หากครั้งนั้น ณ ตอนนั้นเราไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไป ก็คงไม่เป็นดั่งเช่นตอนนี้
posted on 09 Jul 2009 21:03 by bakaba in todayis
ขึ้นหัวข้อมาคล้ายโศกนาฎกรรมอะไรสักอย่าง หรือรายการเศร้า สลด หดหู่ประจำทีวีไทยช่องดัง(ที่ซึ่้งพอช่วงนี้มาเมื่อไรข้าพเจ้าก็เปลี่ยนหนีในทันที) จริงๆ แล้วมันไม่ใช่อะไรอย่างที่คิดหรอก แต่มันคือชีวิตของกอง บก. ที่หน้าเศร้านั่นล่ะ แล้วแถมยิ่งถ้าเป็น บก. เองด้วยแล้วถ้าให้เล่าตรงนี้คาดว่าคงต้องหันหน้าซบอกร้องไห้ปรับทุกข์กันเองแน่ๆ
เรื่องของเรื่องก็คือ ปิดต้นฉบับหนังสือแต่ละเล่มน่ะ ใครบอกว่าใช้เวลาไม่นานกันยะ ข้าพเจ้าฟันธง คอนเิฟิร์ม มันนานมากกก โดยเฉพาะกับตัวข้าพเจ้าเอง พูดไปอาจไม่นึกไม่ออก เอา่ล่ะๆ เรามาดูแผนภาพอันนี้กันดีกว่า ตอนที่ข้าพเจ้าซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้มาอ่านก็ไม่คิดหรอกว่าจะได้ประสบพบเจอกับภาพบาดตาบาดใจอะไรเยี่ยงนี้ มันแทงใจเหลือเกิ๊นนน ไปชมภาพกันได้.....
อ่ะๆๆๆ เห็นแล้วล่ะสิ ถ้าเห็นแล้วยังไม่เก็ท ข้าพเจ้าจะสาธยายและอธิบายให้พวกคุณได้เข้าใจตรงกันอีกครั้ง เรื่อของเรื่องน่ะ เปลี่ยนจากคำว่าตรวจพร็อต เป็น คิดธีมเล่มของเดือนนี้
คิดเสร็จก็แจกแจงให้คุณบรรดานักเขียนหรือคอลัมภ์นิสต์ในเล่มได้รับทราบและปฎบัติการปั่นงานมาถวาย
เมื่อนั้นก็เหมือนจะว่างและสงบสุขระหว่างรอ ....แต่เปล่าเลย..... ขอโทษที มันเป็นอะไรที่หัวใจตุ๊มๆต่อมๆ เป็นอย่างสูง ฮ่ะ ก็ยกตัวอย่างเดธไลน์ส่งงานวันที่ 10 แม่เจ้าประคุณรุนช่องทั้งหลายก็จะเอื่อยเนือยกันมาตลอดทั้งสัปดาห์แล้วแห่โหมกันมาส่ง เที่ยงคืนของวันที่ 10 (จริงๆ มันคือวันที่ 11 นะว้อยพวกหล่อนรู้กันมั่งมั้ยยะ?) ไอ้ที่น่ารักน่าชังน่าถวายโล่รางวัลเกียรติยศให้ เพราะส่งทั้งรูปประกอบและเรื่องให้ตั้งแต่หัววัน (วันที่ 3-4) เนี่ย บก.อย่างข้าพเจ้าแทบจะกระโดดจูบปากผ่านอีเมล์กันเลยทีเดียว แล้วพอมันส่งจบหน้าที่ก็หมดลงแต่เพียงเท่านั้น คำผิดคำถูกตรูไม่ยู้แล้ว เพราะงานตรูเสร็จสิ้น นั่น.....มันช่างทำร้ายจิตใจศรียิ่งนัก ตรวจงานที ลมจะขึ้นให้อมโบตัน เอ๊ะ ไม่เกี่ยวนี่นา - -
คราวนี้ไอ้ที่ส่งแล้วน่ะก็ดีไป แต่ไอ้ที่เดธไลน์แล้วก็ยังไม่ส่งนี่สิ ปวดตับร้ายเหลือ บก.ก็ต้องมาอดตาหลับขับตานอน นั่งอ่านบทความที่ส่งกันเข้ามาภายในวันเดียวนั้นให้เสร็จใน 3 วัน (ฉันทำได้แต่เฉพาะหลัง 6 โมงเย็นนะยะ เข้าใจกันบ้างสิโธ่ งานประจำอื่นก็มีนะเนี่ย) ถูกต้องแล้วค่ะ งานหลักก็มี ดังนั้นไม่สามารถจะมาตรวจอะไรได้ภายในวันเดียวคืนเดียวทั้งหมดหรอก แล้วก็จะกลายเป็นผีศพเดินดินตายซาก ให้คนเอานิ้วจิ้มเขี่ยเมื่อเดินผ่าน จากนั้นพอส่งต้นฉบับให้อาร์ต เหมือนจะได้พัก ก็รับสายโทรศัพท์ เที่ยงคืนมั่ง ตี 2 มั่งจากอาร์ต(ตัวแม่)แล้วว่า บทความนี้สั้นไป ขอยาว(ใครล่ะจะทำถ้าไม่ใช่ตรู) อันนี้รูปไม่หามานะครับถ้าหารุปอีกอย่างผมทำส่งไม่ทันกำหนดแน่ (ใครล่ะจะทำถ้าไม่ใช่ตรู) เนี่ยคำมันใช้ไม่ได้เลยครับ เปลี่ยนให้ใหม่ หัวข้อเรื่องขอเป็น บลาๆๆๆๆ สรปุมันเป็นอาร์ตหรือ บก.??? ฮ่าๆๆๆ แหมแต่พูดไม่ได้หรอกเพราะว่าตอนตรวจงานส่งไปให้นั่นก็หลับไปทำไป ผลก็เลยเป็นแบบนั้นแหละ (หันเข้าหาข้างฝาแล้วเอานิ้วเขี่ยพื้นอย่างอนาถ)
จบจากอาร์ต ไม่วายบรูผมาอีก ออกไปตรวจบรูฟ โอ๊ยชีวิต เหมือนจะได้พักแต่สุดท้ายไม่มีวันได้พักสักที ตรวจเสร็จดีใจอยู่ 3 วัน เดือนใหม่เวียนมาบรรจบอีกแล้ว และแล้ว วงเวียนชีวิตของ บก. ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ...
posted on 01 Jul 2009 13:27 by bakaba in todayis
KING OF POP :: Michael Jackson
::
ในงาน “Michael Jackson, You Are Not
Alone”
ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552
เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป ที่
Central Court ชั้น 1 หน้าลิฟท์แก้ว Central World
------------------------
·
การเสวนาในหัวข้อ “ทำไมใครๆ ถึงเรียก Michael Jackson ว่า ‘King of
Pop’’
จากแฟนพันธุ์แท้ของ Michael Jackson, กูรูวงการเพลง
รวมทั้งศิลปิน,ดาราและนักแสดงผู้ที่ชื่นชอบ Michael Jackson
·
บันทึกภาพการแสดงสดและมิวสิควิดีโอ ของ Michael Jackson
ชมมิวสิควิดีโอเพลงที่ได้รับความนิยมตลอดมา
·
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางพวงมาลัย และเขียนคำไว้อาลัยแด่ Michael
Jackson
· ร่วมจุดเทียนและร้องเพลง You Are Not Alone ไว้อาลัย แด่
Michael Jackson
Dress Code : Black OR
White
หมายเหตุ
‘พวงมาลัย’ จะเป็นสื่อในการไว้อาลัยแด่
Michael Jackson
จากแฟนเพลงชาวไทย
ร่วมชมการแสดงจากใจศิลปิน,ดารา,นักแสดงและแฟนที่รัก
เพื่อสดุดี King Of Pop ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงฮิตอมตะของ Michael Jackson
หรือเต้น Moonwalk
มีการโชว์ของสะสมของ Michael Jackson จากแฟนเพลง
แค่นี้แหละที่จะมาเขียน
edit @ 1 Jul 2009 13:28:00 by borkor-baka
posted on 26 Jun 2009 16:13 by bakaba in todayis
เมื่อคืนไม่สบาย นอนซมจนเช้านี้ไปทำงานไม่ไหว ตื่นมาก็ 4 โมงเย็นแล้ว
ลุกขึ้นมาเปิดคอมกะว่าจะทำงานก็มีเจอข่าวที่หน้า MSN ว่า ไมเคิล แจ๊คสัน King of Pop ตลอดกาลได้เสียชีวิตลงแล้ว มีความรู้สึกว่า....และแ้ล้วในที่สุดคนในวงการบันเทิงก็สิ้นไปแล้วอีกคน ตามข่าวรายงานว่าเสียชีวิตด้วยวัย 50 ซึ่งถือว่ายังน้อยอยู่เลย ยังไม่น่าจะเสียไวขนาดนี้ ชีวิตอยู่กับไมเคิล มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่พี่ชายเดินใส่ยีนส์ขาสั้นเต้นมูนวอล์คไปทั่วบ้าน จนกระทั่งตัวเองลุกขึ้นมาเต้นเพลง BAD และหลงใหลในเสน่ห์ของมิวสิควีดีโอเพลง Remember the Time ซึ่งเป็นเพลงที่ไม่ว่าจะดูกีครั้งต่ออีกครั้งก็ไม่มีวันเบื่อ
กับหนังเรื่องแรกที่เป็นหนังสั้น โดยมีไมเคิลแสดงเป็นพระเอกของเรื่องที่แปลงกายได้ เป็นหุ่นยนต์ เป็นรถ เป็นนั่นเป็นนี่ หนังเรื่องนี้ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้สมัยที่เพิ่งฉายออนแอร์ทั่วโลกใหม่ๆ เช่นเดียวกัน
ไมเคิลเป็นบุคคลที่มีคนรักมากที่สุดในโลก และก็มีคนเกลียดมากที่สุดในโลกเช่นกัน กับข่าวฉาว หรือความไม่พอดีในชีวิตของเขา แต่เชื่อสิว่า ข้าพเจ้านี่แหละเป็นอีกคนหนึ่งที่รักผู้ชายคนนี้เอามากๆ ถึงแม้ช่วงหลังๆ จะรู้สึกเสียใจที่ได้ยินข่าวเลวร้ายต่างๆ มากมายเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ก็ตาม แต่เค้าก็ยังอยู่ในใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือการแสดงสดของเขา
ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพข่าวว่าแฟนเพลงของไมเคิลมีปฏิกิริยาอย่างไรกันบ้างกับการเสียชีวิตของเขา (ไม่รู้มีหรือยัง ใครมีก็ช่วยโพสท์บอกด้วยนะอยากเห็น) เพราะมันทำให้เรานึกถึงเมื่อครั้งที่ มือกีต้าร์หัวสีชมพูขี้เล่นวงดังจากเกาะญี่ปุ่นเสียชีวิตกระทันหัน และมีแฟนคลับต่อคิวเข้าแถวเพื่อเคารพศพเค้าจากหน้างานพิธียาวไปจนถึงครึ่งหาด หรือรอบเกาะกันเลยทีเดียว (มันดูแล้วขนลุกนะว่ามีคนรักคนที่เรารักเค้ามากๆ เยอะแยะมากมายขนาดนี้เชียวหรือ) มันเป็นภาพที่ทั้งน่าประทับใจและก็น่าสะเทือนใจมากเช่นกัน (เล่นเอาไม่ยอมรับความจริง ปิดตายห้องนอนอยู่บ้านไม่พูดไม่จา 3 วันกันเลยเชียว) ยังไงก็แล้วแต่ มาจนถึงตอนนี้ ไมเคิล แจ๊คสันก็ยังมีแฟนคลับมากมายอยู่ทั่วโลก และพวกเราก็จะยังคิดถึงเขาอยู่ตลอดไป
R.I.P. Michael Jackson
edit @ 26 Jun 2009 16:25:27 by borkor-baka
edit @ 26 Jun 2009 16:26:50 by borkor-baka